BCH ตระหนักถึงความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศที่ยังคงผันผวน ส่งผลต่อราคาสินค้าและการจัดส่งที่ล่าช้า

บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรอบคอบและยืดหยุ่น ทั้งในด้านการวางแผนจัดหาสินค้า การบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาระบบบริหารโรงพยาบาลให้คล่องตัวและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน นอกจากนี้ BCH ยังยึดหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคง ลดความเสี่ยง และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

SDG 5
ความเท่าเทียมทางเพศ
SDG 8
งานที่มีคุณค่าและ การเติบโตทางเศรษฐกิจ
SDG 16
ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง

เป้าหมาย

การกำกับดูแลคู่ค้า
คู่ค้าของบริษัทรับทราบนโยบายจรรยาบรรณคู่ค้า
100% ภายในปี 2568 ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2567

BCH มุ่งเน้นการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดแนวทางคัดเลือก แบ่งประเภท และประเมินคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าทั้งหมดดำเนินงานตามมาตรฐานที่กำหนด และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร โดยในปี 2567 บริษัทมีการประเมินและกำหนดกลุ่มคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1 Suppliers) โดยพิจารณาจากมูลค่าการซื้อสินค้ากับคู่ค้าในการวิเคราะห์ โดยแบ่งกลุ่มได้ดังนี้

การประเมินผลคู่ค้า

หลังจากมีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกับคู่ค้าแล้วนั้น บริษัทจะมีการส่งเสริมให้คู่ค้าในทุกกลุ่มคู่ค้าปฏิบัติตามหลักการ และนโยบายของบริษัทโดยจะมีการประเมินคู่ค้าอย่างเป็นประจำ เพื่อให้สินค้า และบริการมีคุณภาพ และเป็นมาตรฐานซึ่งการประเมินคู่ค้าจะพิจารณาจากด้านต่าง ๆ ดังนี้ต่อไปนี้

ประเภทของคู่ค้าที่ผ่านการประเมิน ราย
คู่ค้าสำคัญของบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1 Suppliers) 35
คู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Non Tier 1 Suppliers) 38

ในปี 2567 บริษัทมีคู่ค้าจำนวน 618 ราย ครอบคลุมคู่ค้าภายในประเทศทั้งหมด และไม่มีการจัดซื้อคู่ค้ารายใหม่ ผลการดำเนินงานสะท้อนถึงเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการบริหารห่วงโซ่อุปทานของบริษัท

ประเภทคู่ค้า หน่วย 2565 2566 2567
ร้อยละค่าจ้างที่ใช้ไปกับคู่ค้าในประเทศ ร้อยละ 100 100 100
การจัดลำดับคู่ค้า
คู่ค้าสำคัญของบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1 Suppliers) ราย 38 42 35
ร้อยละ 57 49 51
คู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Non Tier 1 Suppliers) ราย 19 21 38
ร้อยละ 3 2 18
คู่ค้าอื่นๆ ราย 539 541 545
ร้อยละ 24 31 30

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

จรรยาบรรณธุรกิจของคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)

บริษัทกำหนดจรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยอ้างอิงหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ครอบคลุม 6 หมวด ได้แก่ จริยธรรมทางธุรกิจ สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การจัดการสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความยั่งยืนร่วมกัน

นโยบายการจัดซื้อจัดหา และจรรยาบรรณธุรกิจของคู่ค้า

บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน มีแนวทางในการบริหารจัดการที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณคู่ค้า และสนับสนุนการจัดซื้อจัดหาที่คำนึงถึง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมภิบาล (ESG) ซึ่งแนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานนั้น จะครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหา และคัดเลือกคู่ค้า การควบคุมคุณภาพของสินค้าและบริการ การประเมินความเสี่ยงและจัดกลุ่มคู่ค้า กระบวนการในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคู่ค้า ตลอดจนบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน และเป็นคู่ค้าที่แข็งแกร่งกับบริษัทในระยะยาวในการดำเนินการจัดซื้อจัดหาสินค้า และบริการของบริษัทนั้น มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ และไม่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักได้ดังต่อไปนี้

กลุ่มเครื่องมือแพทย์
กลุ่มยาและเวชภัณฑ์
กลุ่มสินค้าจัดซื้อทั่วไป
การบริหารจัดการความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน

BCH ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนกับคู่ค้า โดยมุ่งเน้นความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการปฏิบัติตามหลักจริยธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างต่อเนื่อง

1
คู่ค้าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
2
ต้องยึดมั่นในสิทธิมนุษยชน ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
3
ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชัน และการให้สินบนในทุกรูปแบบ
4
ดูแลสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบ และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
5
รักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสุขภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ
6
สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
การคัดเลือกคู่ค้า

ก่อนการขึ้นทะเบียนหรือทำสัญญาจ้าง คู่ค้าทุกรายต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด โดยเน้นความโปร่งใส การปฏิบัติตามกฎหมายและแรงงานอย่างเป็นธรรม มาตรฐานการบริหาร ความปลอดภัย สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าที่ร่วมงานกับบริษัทมีศักยภาพและคุณสมบัติที่เหมาะสม ซึ่งจะถูกบันทึกไว้ในระบบรายชื่อคู่ค้าที่ผ่านการอนุมัติ (Approved Vendor List: AVL)

ราคาสินค้า
พิจารณาราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับคุณภาพของสินค้าและบริการที่ได้รับ และเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาว รวมถึงเงื่อนไขด้านการชำระเงิน การจัดส่ง และบริการหลังการขาย เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท
คุณภาพ
สินค้าต้องมีคุณภาพและมีมาตรฐานรับรอง เช่น เอกสารรับรองมาตรฐานการผลิต (GMP) เอกสารการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis; COA) ใบรับรอง (Certificate) อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับคู่ค้าใหม่ต้องส่งเอกสารรับรองเหล่านี้ให้บริษัทตรวจสอบควบคู่กับการประเมิน
การบริการ
พิจารณาความครบถ้วนและความพร้อมของการให้บริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การติดต่อสื่อสาร การจัดส่งสินค้า การบริการหลังการขาย ไปจนถึงการตอบสนองต่อข้อร้องเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าและบริการมีคุณภาพตามที่เสนอ สามารถส่งมอบได้ตรงเวลา และสร้างความพึงพอใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
การปฏิบัติตามระเบียบของบริษัท
คู่ค้าต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด นโยบาย และจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและประเมินผลตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นโยบายการกำหนดระยะเวลาชำระหนี้เชื่อทางการค้า

บริษัทกำหนดนโยบายการชำระหนี้เชื่อทางการค้าโดยมีระยะเวลาเฉลี่ย 30–90 วัน สำหรับคู่ค้าใหม่จะต้องลงทะเบียนในระบบของฝ่ายจัดซื้อกลางและฝ่ายบัญชี ทั้งนี้ หากเป็นคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูง บริษัทจะพิจารณากำหนดรอบการชำระหนี้ตามรอบการจัดส่งและการติดตั้ง ซึ่งอาจเกินกว่า 90 วัน โดยพิจารณาร่วมกับคู่ค้าเป็นกรณีไป

แนวทางการชำระเงินของบริษัทจะเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดในระบบหรือข้อตกลงร่วมกับคู่ค้า โดยมีการกำหนดรอบและวันที่จ่ายเงินอย่างชัดเจน หากตรงกับวันหยุดจะเลื่อนไปจ่ายในวันทำการถัดไป ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทมีระยะเวลาการชำระหนี้เชื่อทางการค้าเฉลี่ย 33.6 วัน

การดำเนินงานด้านคู่ค้าและ ESG

BCH ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน และมุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักการ ESG (Environment, Social, Governance) เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ส่งเสริมให้คู่ค้าพัฒนากระบวนการผลิตและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย และความโปร่งใสในการดำเนินงาน

การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานของคู่ค้าให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากล แต่ยังมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน การจัดการสิ่งแวดล้อม และการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BCH ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อทุกภาคส่วน

ทั้งนี้การบริหารจัดการและการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2567 ต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการจัดส่งสินค้าและความต่อเนื่องของบริการ

อาทิ สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อรวมถึงการผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานให้ราบรื่นและรักษามาตรฐานคุณภาพของสินค้าและบริการ ด้วยการวางแผนล่วงหน้าในการจัดซื้อสินค้าและบริการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยเหล่านี้ให้รวดเร็วขึ้น โดยมีการสื่อสารและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้า เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ทันที รวมถึงการนำสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนกันได้มาใช้บริการในกรณีที่เกิดการหยุดชะงัก รวมถึงจัดหาคู่ค้าสำรองที่มีความสามารถในการจัดส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานจะไม่เกิดช่วงว่างในการรอสินค้าภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กิจกรรมของเรา