การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ
BCH ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยยึดมั่นในความซื่อสัตย์ จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
เรามุ่งสร้างคุณค่าและความยั่งยืนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผ่านกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน การกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักลงทุน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง BCH ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการทุจริต โดยยึดแนวทางตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เพื่อให้การดำเนินงานมีความมั่นคง โปร่งใส และสร้างความเชื่อถือได้อย่างแท้จริง
เป้าหมาย

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2567
ได้รับคะแนนระดับดีเลิศ (Excellence)
ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report: CGR)

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ
BCH ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จึงได้ประกาศใช้นโยบาย การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ซึ่งครอบคลุม 5 หมวด ได้แก่ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการ ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกำหนดให้มีคู่มือจริยธรรมธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นแนวทางการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมให้บริษัทดำเนินงานด้วยประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้อง โดยยึดตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พร้อมพิจารณาข้อแนะนำจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เพื่อทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิผลและการกำกับดูแลกิจการเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและยั่งยืน
โครงสร้างของคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทในปี 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 12 ท่าน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ จำนวน 1 ท่าน กรรมการ จำนวน 7 ท่าน และกรรมการอิสระ จำนวน 4 ท่าน โดยแบ่งเป็น โครงสร้างของคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนคณะกรรมการด้านความยั่งยืน กำกับดูแลกิจการ และบริหารความเสี่ยง
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีคณะกรรมการจำนวน 12 ท่าน ซึ่งประกอบด้วย
| ตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skill Matrix) | ||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายชื่อความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน | การแพทย์และการบริหารธุรกิจโรงพยาบาล | การบัญชี | การเงิน | กฎหมาย | กลยุทธ์การขายและการตลาด | การบริหารธุรกิจและจรรยาบรรณธุรกิจ | เศรษฐกิจ | การบริหารความเสี่ยง | เทคโนโลยีสารสนเทศ | ประเภทคณะกรรมการ | ||
| กรรมการที่เป็นผู้บริหาร | กรรมการชื่นที่ไม่เป็นผู้บริหาร | กรรมการอิสระ | ||||||||||
| 1. ผศ.ดร.พญ.สมพร หาญพาณิชย์ | ||||||||||||
| 2. ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ | ||||||||||||
| 3. พญ.พรลักษณ์ หาญพาณิชย์ | ||||||||||||
| 4. นายกันตพร หาญพาณิชย์ | ||||||||||||
| 5. นายพินิจ หาญพาณิชย์ | ||||||||||||
| 6. นางสาวพรสุดา หาญพาณิชย์ | ||||||||||||
| 7. นายวรวีร์ เกียรตินิยมศักดิ์ | ||||||||||||
| 8. นพ.สุรพันธ์ ทวีวิกยการ | ||||||||||||
| 9. ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง | ||||||||||||
| 10. นายศิริพงษ์ สมบัติศิริ | ||||||||||||
| 11. ศ.(พิเศษ)พิภพ วีระพงษ์ | ||||||||||||
| 12. นพ.ธวัช สุนทราจารย์ | ||||||||||||
| รวม | 7 | 5 | 8 | 2 | 2 | 12 | 11 | 12 | 1 | 7 | 5 | 4 |
การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยและ CEO
BCH ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมการประเมินคณะกรรมการบริษัท ทั้งคณะและรายบุคคล การประเมินคณะกรรมการชุดย่อย รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Form) ทั้งในระดับรายคณะและรายบุคคล เพื่อเป็นกลไกในการตรวจสอบ ทบทวน และยืนยันว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีการประเมินคณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการด้านความยั่งยืนกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง โดยผลการประเมินจะถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง
การส่งเสริมและพัฒนาความรู้แก่คณะกรรมการบริษัท

BCH ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และศักยภาพของ คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ กฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการและผู้บริหารเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อบทบาทและหน้าที่ของตนเอง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) การบัญชีและการเงิน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยในปี 2567 หลักสูตรต่าง ๆ ที่ฝึกอบรมมีรายละเอียดดังนี้
- หลักสูตร Mastering the Dynamic of Xcellence – สมาคมโรงพยาบาลเอกชน
- หลักสูตร อบรมธุรกิจนำเข้า-ส่งออก เพื่อการบันทึกบัญชี การเสียภาษี และการตรวจสอบงบการเงิน – บริษัท ฝึกอบรมและสัมมนาธรรมนิติ จำกัด
- หลักสูตร กรอบแนวคิดสำหรับรายงานทางการเงิน – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
- หลักสูตร กรอบแนวคิดสำหรับรายงานทางการเงิน – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
- หลักสูตร มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (NPAEs) การวางระบบบัญชี และการสอบบัญชีดิจิทัล
- หลักสูตร การประเมินมูลค่าบริษัทที่เหมาะสมกับธุรกิจในยุคปัจจุบัน – ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA)
การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

BCH จัดให้มีนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน คู่มือปฏิบัติในการต่อต้านคอร์รัปชัน และนโยบายแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทผู้บริหารและพนักงานทุกระดับรับทราบและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งการอบรมเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร รวมถึงบริษัทได้ขยายการสื่อสารนโยบาย และอบรมเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่พนักงานและบริษัทคู่ค้าเพิ่มเติม
BCH ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้บริหารของหน่วยงานสอบทานและอนุมัติให้มีผลบังคับใช้ โดยคำนึงถึงการแบ่งแยกหน้าที่ของบุคลากรตามขั้นตอนและกระบวนการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสามารถช่วยป้องกันหรือตรวจพบความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันได้ โดยบริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่จะมีความเสี่ยงเกิดการคอร์รัปชันทั้งกับภาครัฐและเอกชนดังนี้
การรับแจ้งข้อมูล ช่องทางและการตรวจสอบข้อร้องเรียน
BCH เปิดโอกาสให้กรรมการ ผู้บริหารพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกของบริษัทและบริษัทย่อยสามารถรับแจ้งข้อคิดเห็น และข้อร้องเรียนที่ได้รับผลกระทบได้ในทุก ๆ ด้าน เช่น การกระทำความผิดทางกฎหมาย จรรยาบรรณธุรกิจการทุจริตคอร์รัปชัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ความบกพร่องของระบบควบคุมภายในบริษัท การให้บริการ สิทธิพนักงานและสิทธิมนุษยชน โดยผู้ร้องเรียนไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียน บริษัทจะปิดชื่อที่อยู่หรือข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนได้ รวมทั้งเก็บข้อมูลผู้ร้องเรียนไว้เป็นความลับ มีเพียงผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยตัวแทนคณะกรรมการสอบสวนที่เข้าร่วมในการพิจารณา ได้แก่
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลหรือตัวแทน จากหน่วยงาน
ผู้บังคับบัญชาในสายงานของผู้ร้องเรียน ซึ่งต้องเป็นบุคคลผู้ไม่มีความขัดแย้งหรือผลประโยชน์ใดกับผู้ร้องเรียน
ตัวแทนจากคณะทำงานบริหารความเสี่ยง
เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบหรือตัวแทนจากคณะกรรมการตรวจสอบ
ทั้งนี้ในกรณีที่สืบสวนข้อเท็จจริงแล้วว่าการดำเนินงานของบริษัทก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจะพิจารณาแนวทางการเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เป็นรายกรณี พร้อมทั้งนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาใช้วางแนวทางป้องกันปรับปรุงหรือเพิ่มเติมนโยบายในอนาคต
ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน
ช่องทางการร้องเรียน
การบริหารความเสี่ยง และสถานการณ์ฉุกเฉิน
BCH ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ มีฐานะการเงิน ที่มั่นคง และสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประเด็นความเสี่ยง การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล บริษัทได้จัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงเพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงเพื่อให้กระบวนการ บริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐานตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยกระบวนการบริหารความเสี่ยงภายในบริษัท มีการดำเนินการดังนี้
BCH เผชิญกับปัจจัยความเสี่ยงหลายประการที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันในตลาด เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายและระเบียบข้อบังคับของภาครัฐ การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการรับมือกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงความผันผวน ของสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบริการสุขภาพ นอกจากนี้ ปัจจัยภายใน เช่น การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการรักษาคุณภาพการบริการ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทสามารถรักษามาตรฐานความเป็นเลิศและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกสภาวะ บริษัทจึงดำเนินการศึกษาผลกระทบและพัฒนาแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำหนดมาตรการรองรับเพื่อให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง
- ความเสี่ยงที่เกิดจากการเกิดโรคอุบัติใหม่
- ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ความเสี่ยงจากนโยบายด้านสุขภาพของภาครัฐ
- ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน
- ความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคคลากร
- ความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง
- ความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชัน
- ความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ความเสี่ยงต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ
- ความเสี่ยงในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม
- ความเสี่ยงด้านเครดิต
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
- ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ความเสี่ยงจากความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ความเสี่ยงที่เกิดจากการสื่อสารข้อมูลด้านสาธารณสุขที่เป็นเท็จหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
บริษัทได้สร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงในองค์กรเพื่อส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการทำงาน และจึงสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม โดยบริษัทมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
-
การจัดฝึกอบรมหลักสูตรระบบการบริหารความเสี่ยง
การจัดอบรมระบบการบริหารความเสี่ยงให้แก่บุคลากรภายในโรงพยาบาล อาทิ คณะผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่าย หัวหน้าแผนก และเจ้าหน้าที่โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้การดำเนินงานด้านความเสี่ยงภายในโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
-
การจัดฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารความเสี่ยงตามระบบมาตรฐานสากล
ร่วมกับสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนนทบุรี บริษัทได้จัดอบรมการบริหารความเสี่ยงให้แก่บุคลากรภายในโรงพยาบาล ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา ฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนนทบุรี เนื้อหาในหลักสูตรประกอบด้วยความสำคัญ กระบวนการ การกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน
บริษัทได้จัดทำแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยบริษัทได้กำหนดแผนป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับบริษัทครอบคลุมทั้งหมด 7 ด้าน ดังนี้
- แผนการป้องกันและบรรเทาภาวะฉุกเฉินจากอัคคีภัย
- แผนการป้องกันและบรรเทาภาวะฉุกเฉินจากการก่อวินาศภัย
- แผนการป้องกันและบรรเทากรณีระบบสารสนเทศล่ม
- แผนการป้องกันและบรรเทากรณีการเกิดภัยธรรมชาติ
- แผนการป้องกันและบรรเทากรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องช่วยชีวิต
- แผนการป้องกันและบรรเทากรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจากการคุกคาม หรือลักพาตัว
บริษัทได้ประเมินระบบควบคุมภายใน ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบทั้ง 5 ด้าน ได้แก่
- องค์กรและสภาพแวดล้อม
- การบริหารความเสี่ยง
- การควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร
- ระบบสารสนเทศ
- การสื่อสารข้อมูลและระบบการติดตาม
โดยในปี 2567 คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้บริหารได้ประชุมร่วมกันเพื่อประเมินระบบควบคุมภายใน
โดยพิจารณาจากผลการตรวจสอบของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ข้อเสนอแนะของผู้สอบบัญชีและการสังเกตจากฝ่ายบริหารเพิ่มเติม พบว่าบริษัทมีระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รวมทั้งมีระบบการควบคุมภายในเรื่องการทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวอย่างเพียงพอแล้ว สำหรับการควบคุมภายในของบริษัทย่อย บริษัทได้กำหนดให้บริษัทย่อยดำเนินการจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่สอดคล้องกับระบบควบคุมภายในของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ดำเนินการจัดส่งเจ้าหน้าที่จากบริษัทตรวจสอบภายในเข้าปฏิบัติงานตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทย่อยดังกล่าว จึงเป็นปี 2567 ที่ผ่านมาพบว่า บริษัทและบริษัทย่อยทั้งหมดได้ดำเนินการควบคุมภายในที่เพียงพอในด้านต่าง ๆ ทั้ง 5 ส่วนเช่นเดียวกับบริษัท