BCH ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยยึดมั่นในความซื่อสัตย์ จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

เรามุ่งสร้างคุณค่าและความยั่งยืนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผ่านกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน การกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักลงทุน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง BCH ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการทุจริต โดยยึดแนวทางตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เพื่อให้การดำเนินงานมีความมั่นคง โปร่งใส และสร้างความเชื่อถือได้อย่างแท้จริง

SDG 16
ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง

เป้าหมาย

ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
100%
คณะกรรมการ พนักงาน และคู่ค้ารับทราบนโยบายภายในปี 2568
จรรยาบรรณธุรกิจ
100%
พนักงานและคู่ค้ารับทราบนโยบาย และกรอบปฏิบัติภายในปี 2568
การจัดการความเสี่ยง
ครอบคลุมทุกมิติ
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริหารจัดการอย่างสมดุล โดยไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2567

บรรษัทภิบาล (Corporate Governance)

ได้รับคะแนนระดับดีเลิศ (Excellence)

ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report: CGR)

บรรษัทภิบาล
ผู้บริหารตอบรับนโยบายการต่อต้านทุจริต และจรรยาบรรณธุรกิจ
100%
พนักงานและคู่ค้ารับทราบนโยบาย และกรอบปฏิบัติจรรยาบรรณธุรกิจ
100%

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

BCH ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จึงได้ประกาศใช้นโยบาย การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ซึ่งครอบคลุม 5 หมวด ได้แก่ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการ ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกำหนดให้มีคู่มือจริยธรรมธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นแนวทางการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมให้บริษัทดำเนินงานด้วยประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้อง โดยยึดตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พร้อมพิจารณาข้อแนะนำจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เพื่อทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิผลและการกำกับดูแลกิจการเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและยั่งยืน

โครงสร้างของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทในปี 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 12 ท่าน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ จำนวน 1 ท่าน กรรมการ จำนวน 7 ท่าน และกรรมการอิสระ จำนวน 4 ท่าน โดยแบ่งเป็น โครงสร้างของคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนคณะกรรมการด้านความยั่งยืน กำกับดูแลกิจการ และบริหารความเสี่ยง

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีคณะกรรมการจำนวน 12 ท่าน ซึ่งประกอบด้วย

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
7 ท่าน
คิดเป็นร้อยละ 58.33 ของกรรมการทั้งหมด
กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร
5 ท่าน
คิดเป็นร้อยละ 41.67 ของกรรมการทั้งหมด
กรรมการที่เป็นผู้หญิง
3 ท่าน
คิดเป็นร้อยละ 25.00 ของกรรมการทั้งหมด
กรรมการอิสระ
4 ท่าน
คิดเป็นร้อยละ 33.33 ของกรรมการทั้งหมด
ตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skill Matrix)
รายชื่อความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน การแพทย์และการบริหารธุรกิจโรงพยาบาล การบัญชี การเงิน กฎหมาย กลยุทธ์การขายและการตลาด การบริหารธุรกิจและจรรยาบรรณธุรกิจ เศรษฐกิจ การบริหารความเสี่ยง เทคโนโลยีสารสนเทศ ประเภทคณะกรรมการ
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการชื่นที่ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการอิสระ
1. ผศ.ดร.พญ.สมพร หาญพาณิชย์
2. ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์
3. พญ.พรลักษณ์ หาญพาณิชย์
4. นายกันตพร หาญพาณิชย์
5. นายพินิจ หาญพาณิชย์
6. นางสาวพรสุดา หาญพาณิชย์
7. นายวรวีร์ เกียรตินิยมศักดิ์
8. นพ.สุรพันธ์ ทวีวิกยการ
9. ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง
10. นายศิริพงษ์ สมบัติศิริ
11. ศ.(พิเศษ)พิภพ วีระพงษ์
12. นพ.ธวัช สุนทราจารย์
รวม 7 5 8 2 2 12 11 12 1 7 5 4

การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยและ CEO

BCH ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมการประเมินคณะกรรมการบริษัท ทั้งคณะและรายบุคคล การประเมินคณะกรรมการชุดย่อย รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Form) ทั้งในระดับรายคณะและรายบุคคล เพื่อเป็นกลไกในการตรวจสอบ ทบทวน และยืนยันว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีการประเมินคณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการด้านความยั่งยืนกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง โดยผลการประเมินจะถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการบริษัท
จำนวนการประชุมในปี 2567 6 ครั้ง
สัดส่วนการเข้าการประชุม 100%
ทั้งคณะ
99.07%
รายบุคคล
99.17%
คณะกรรมการบริหาร
จำนวนการประชุมในปี 2567 4 ครั้ง
สัดส่วนการเข้าการประชุม 100%
ทั้งคณะ
95.68%
รายบุคคล
95.94%
คณะกรรมการตรวจสอบ
จำนวนการประชุมในปี 2567 5 ครั้ง
สัดส่วนการเข้าการประชุม 100%
ทั้งคณะ
100%
รายบุคคล
100%
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
จำนวนการประชุมในปี 2567 2 ครั้ง
สัดส่วนการเข้าการประชุม 100%
ทั้งคณะ
100%
รายบุคคล
100%
คณะกรรมการด้านความยั่งยืน กำกับดูแลกิจการ และบริหารความเสี่ยง
จำนวนการประชุมในปี 2567 6 ครั้ง
สัดส่วนการเข้าการประชุม 100%
ทั้งคณะ
94.97%
รายบุคคล
94.72%

การส่งเสริมและพัฒนาความรู้แก่คณะกรรมการบริษัท

BCH ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และศักยภาพของ คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ กฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ บริษัทได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการและผู้บริหารเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อบทบาทและหน้าที่ของตนเอง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) การบัญชีและการเงิน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยในปี 2567 หลักสูตรต่าง ๆ ที่ฝึกอบรมมีรายละเอียดดังนี้

  • หลักสูตร Mastering the Dynamic of Xcellence – สมาคมโรงพยาบาลเอกชน
  • หลักสูตร อบรมธุรกิจนำเข้า-ส่งออก เพื่อการบันทึกบัญชี การเสียภาษี และการตรวจสอบงบการเงิน – บริษัท ฝึกอบรมและสัมมนาธรรมนิติ จำกัด
  • หลักสูตร กรอบแนวคิดสำหรับรายงานทางการเงิน – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • หลักสูตร กรอบแนวคิดสำหรับรายงานทางการเงิน – กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
  • หลักสูตร มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (NPAEs) การวางระบบบัญชี และการสอบบัญชีดิจิทัล
  • หลักสูตร การประเมินมูลค่าบริษัทที่เหมาะสมกับธุรกิจในยุคปัจจุบัน – ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA)

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

BCH จัดให้มีนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน คู่มือปฏิบัติในการต่อต้านคอร์รัปชัน และนโยบายแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทผู้บริหารและพนักงานทุกระดับรับทราบและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งการอบรมเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร รวมถึงบริษัทได้ขยายการสื่อสารนโยบาย และอบรมเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่พนักงานและบริษัทคู่ค้าเพิ่มเติม

BCH ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้บริหารของหน่วยงานสอบทานและอนุมัติให้มีผลบังคับใช้ โดยคำนึงถึงการแบ่งแยกหน้าที่ของบุคลากรตามขั้นตอนและกระบวนการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสามารถช่วยป้องกันหรือตรวจพบความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันได้ โดยบริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่จะมีความเสี่ยงเกิดการคอร์รัปชันทั้งกับภาครัฐและเอกชนดังนี้

การรับแจ้งข้อมูล ช่องทางและการตรวจสอบข้อร้องเรียน

BCH เปิดโอกาสให้กรรมการ ผู้บริหารพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกของบริษัทและบริษัทย่อยสามารถรับแจ้งข้อคิดเห็น และข้อร้องเรียนที่ได้รับผลกระทบได้ในทุก ๆ ด้าน เช่น การกระทำความผิดทางกฎหมาย จรรยาบรรณธุรกิจการทุจริตคอร์รัปชัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ความบกพร่องของระบบควบคุมภายในบริษัท การให้บริการ สิทธิพนักงานและสิทธิมนุษยชน โดยผู้ร้องเรียนไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียน บริษัทจะปิดชื่อที่อยู่หรือข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนได้ รวมทั้งเก็บข้อมูลผู้ร้องเรียนไว้เป็นความลับ มีเพียงผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยตัวแทนคณะกรรมการสอบสวนที่เข้าร่วมในการพิจารณา ได้แก่

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลหรือตัวแทน จากหน่วยงาน
ผู้บังคับบัญชาในสายงานของผู้ร้องเรียน ซึ่งต้องเป็นบุคคลผู้ไม่มีความขัดแย้งหรือผลประโยชน์ใดกับผู้ร้องเรียน
ตัวแทนจากคณะทำงานบริหารความเสี่ยง
เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบหรือตัวแทนจากคณะกรรมการตรวจสอบ

ทั้งนี้ในกรณีที่สืบสวนข้อเท็จจริงแล้วว่าการดำเนินงานของบริษัทก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจะพิจารณาแนวทางการเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เป็นรายกรณี พร้อมทั้งนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาใช้วางแนวทางป้องกันปรับปรุงหรือเพิ่มเติมนโยบายในอนาคต

กระบวนการจัดการข้อมูลหรือเบาะแส

กระบวนการจัดการข้อมูลหรือเบาะแส ดูภาพขนาดใหญ่
ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน
ทางโทรศัพท์
02-836-9937
ทางโทรสาร
02-106-4859
ทางอีเมล
report@bangkokchainhospital.com
ทางเว็บไซต์บริษัท
www.bangkokchainhospital.com
ทางจดหมาย
ส่งแบบแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ถึง "ผู้รับแจ้งข้อร้องเรียน" บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) อาคารโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ชั้น 22 เลขที่ 44 หมู่ 4 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
หมายเหตุ: "ผู้รับแจ้งข้อร้องเรียน" คือ เลขานุการบริษัท
ช่องทางการร้องเรียน

การบริหารความเสี่ยง และสถานการณ์ฉุกเฉิน

BCH ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการองค์กรที่ดี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ มีฐานะการเงิน ที่มั่นคง และสามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระดับที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประเด็นความเสี่ยง การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล บริษัทได้จัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงเพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงเพื่อให้กระบวนการ บริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐานตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยกระบวนการบริหารความเสี่ยงภายในบริษัท มีการดำเนินการดังนี้

การค้นหาและระบุความเสี่ยง
(Risk Identification)
ระบุและจัดประเภทความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
ในองค์กร เช่น ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ธุรกิจ การเงิน การลงทุนและความเสี่ยงใหม่ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
(Risk Prioritization)
ประเมินโอกาสและผลกระทบของความเสี่ยง จัดทำแผนภูมิความเสี่ยง (Risk Profile) เพื่อกำหนดความสำคัญและแนวทางรับมือ
การรายงานความเสี่ยง
(Risk Report)
จัดทำแผนการรายงานความเสี่ยงตาม ระดับความรุนแรง เพื่อให้การสื่อสารและ การติดตามความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ
การสอบสวนและการจัดการความเสี่ยง
(Risk Investigation and Management)
กำหนดวิธีการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พร้อมติดตาม และทบทวนเพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดการอย่างใกล้ชิด

BCH เผชิญกับปัจจัยความเสี่ยงหลายประการที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันในตลาด เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายและระเบียบข้อบังคับของภาครัฐ การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการรับมือกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงความผันผวน ของสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบริการสุขภาพ นอกจากนี้ ปัจจัยภายใน เช่น การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการรักษาคุณภาพการบริการ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทสามารถรักษามาตรฐานความเป็นเลิศและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกสภาวะ บริษัทจึงดำเนินการศึกษาผลกระทบและพัฒนาแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำหนดมาตรการรองรับเพื่อให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง

มิติด้านสิ่งแวดล้อม
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใหม่
  • ความเสี่ยงที่เกิดจากการเกิดโรคอุบัติใหม่
  • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มิติด้านสังคม
ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ
  • ความเสี่ยงด้านสังคมและชุมชน
  • ความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง
  • ความเสี่ยงที่เกิดจากการพึ่งพาคู่ค้าน้อยราย ด้านการนำเข้ายาและ/หรือเวชภัณฑ์
มิติด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการ
ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ
  • ความเสี่ยงจากนโยบายด้านสุขภาพของภาครัฐ
  • ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน
  • ความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคคลากร
  • ความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง
  • ความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชัน
  • ความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
  • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ความเสี่ยงต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ
  • ความเสี่ยงในการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม
ความเสี่ยงทางการเงิน
  • ความเสี่ยงด้านเครดิต
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใหม่
  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ความเสี่ยงจากความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ความเสี่ยงที่เกิดจากการสื่อสารข้อมูลด้านสาธารณสุขที่เป็นเท็จหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

บริษัทได้สร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงในองค์กรเพื่อส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการทำงาน และจึงสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม โดยบริษัทมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

  • การจัดฝึกอบรมหลักสูตรระบบการบริหารความเสี่ยง

    การจัดอบรมระบบการบริหารความเสี่ยงให้แก่บุคลากรภายในโรงพยาบาล อาทิ คณะผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่าย หัวหน้าแผนก และเจ้าหน้าที่โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้การดำเนินงานด้านความเสี่ยงภายในโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

  • การจัดฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารความเสี่ยงตามระบบมาตรฐานสากล

    ร่วมกับสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนนทบุรี บริษัทได้จัดอบรมการบริหารความเสี่ยงให้แก่บุคลากรภายในโรงพยาบาล ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา ฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานนนทบุรี เนื้อหาในหลักสูตรประกอบด้วยความสำคัญ กระบวนการ การกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน

บริษัทได้จัดทำแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยบริษัทได้กำหนดแผนป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับบริษัทครอบคลุมทั้งหมด 7 ด้าน ดังนี้

  • แผนการป้องกันและบรรเทาภาวะฉุกเฉินจากอัคคีภัย
  • แผนการป้องกันและบรรเทาภาวะฉุกเฉินจากการก่อวินาศภัย
  • แผนการป้องกันและบรรเทากรณีระบบสารสนเทศล่ม
  • แผนการป้องกันและบรรเทากรณีการเกิดภัยธรรมชาติ
  • แผนการป้องกันและบรรเทากรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องช่วยชีวิต
  • แผนการป้องกันและบรรเทากรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจากการคุกคาม หรือลักพาตัว

บริษัทได้ประเมินระบบควบคุมภายใน ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบทั้ง 5 ด้าน ได้แก่

  • องค์กรและสภาพแวดล้อม
  • การบริหารความเสี่ยง
  • การควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร
  • ระบบสารสนเทศ
  • การสื่อสารข้อมูลและระบบการติดตาม

โดยในปี 2567 คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้บริหารได้ประชุมร่วมกันเพื่อประเมินระบบควบคุมภายใน

โดยพิจารณาจากผลการตรวจสอบของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ข้อเสนอแนะของผู้สอบบัญชีและการสังเกตจากฝ่ายบริหารเพิ่มเติม พบว่าบริษัทมีระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รวมทั้งมีระบบการควบคุมภายในเรื่องการทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวอย่างเพียงพอแล้ว สำหรับการควบคุมภายในของบริษัทย่อย บริษัทได้กำหนดให้บริษัทย่อยดำเนินการจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่สอดคล้องกับระบบควบคุมภายในของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ดำเนินการจัดส่งเจ้าหน้าที่จากบริษัทตรวจสอบภายในเข้าปฏิบัติงานตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทย่อยดังกล่าว จึงเป็นปี 2567 ที่ผ่านมาพบว่า บริษัทและบริษัทย่อยทั้งหมดได้ดำเนินการควบคุมภายในที่เพียงพอในด้านต่าง ๆ ทั้ง 5 ส่วนเช่นเดียวกับบริษัท

กิจกรรมของเรา