BCH ให้ความสำคัญกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เพื่อปกป้องสุขภาพของบุคลากรและลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงาน

โดยดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 พร้อมทั้งกำหนดนโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทุกคน โดยโรงพยาบาลในเครือได้ดำเนินงานและปฏิบัติตามมาตรฐานและการให้บริการสุขภาพในระดับประเทศ (Hospital Accreditation :HA) และมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล Joint Commission International (JCI)

SDG 3
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
SDG 8
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เป้าหมาย

Zero Fatality Accident
มุ่งรักษามาตรฐานความปลอดภัย โดยไม่มีการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง
Zero Lost Time Injury Frequency Rate (LTIFR)
ดำเนินงานโดยยึดมั่นในมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้พนักงานต้องหยุดงาน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2567

จากข้อมูลการรายงานการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน พบว่ามีการเกิด อุบัติเหตุในหลากหลายรูปแบบ โดยมีเหตุการณ์ที่สำคัญดังนี้

  • อุบัติเหตุจากการหยิบเวชภัณฑ์จากตู้เก็บ ทำให้พลัดตกลงมาและใช้มือค้ำ ส่งผลให้ข้อมือบวมและจำเป็นต้องใส่เฝือกอ่อน
  • อุบัติเหตุของมีคมทิ่มตำมือซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
  • อุบัติเหตุเข็มทิ่มตำหรือของมีคมบาดจากการกำหัตถการ และการส่งเครื่องมือขณะทำหัตถการ
  • อุบัติเหตุจากการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือสารเคมีที่กระเด็นเข้าตาและช่องปากขณะปฏิบัติงาน

จากผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2567 พบว่า งานที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บกับพนักงานสูงสุด คือ เข็มหรือของมีคมทิ่มตำจากการทำหัตถการ และสารคัดหลั่งหรือน้ำยากระเด็นเข้าตา พบว่ามีสาเหตุมาจากการใช้อุปกรณ์ป้องกันไม่ถูกวิธี หรือไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน ทั้งนี้ป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ โรงพยาบาลได้มีการกำหนดมาตรการและปรับปรุงการทำงาน อบรมพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อม ทั้งจัดให้มีการติดตาม แก้ไขให้แล้วเสร็จเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัย สำหรับมาตรการลดและป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้น

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

BCH ได้กำหนดนโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นกรอบการดำเนินงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะของบุคลากร

โดยถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานทุกคน ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากฝ่ายบริหารและฝ่ายพนักงาน ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในองค์กร

ทั้งนี้ คปอ. จัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 12 ครั้ง เพื่อใช้เป็นเวทีแจ้งข่าวสาร รับฟังข้อมูลจากตัวแทนพนักงาน ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และทบทวนผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมและการสื่อสารด้านความปลอดภัยในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยในทุกระดับขององค์กร

การปฐมนิเทศ
พนักงานใหม่จะได้รับการอบรมหลักสูตรพื้นฐานด้านความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยภายในโรงพยาบาล โดยคณะกรรมการการจัดการอาคารสถานที่และความปลอดภัย (FMS) ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
การอบรมหลักสูตรพื้นฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยสำหรับบริษัทคู่สัญญา
พนักงานบริษัทคู่สัญญาที่มาทำงานภายในโรงพยาบาลจะต้องได้รับการอบรมหลักสูตรพื้นฐานด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย โดยหัวหน้าหน่วยงาน ผู้จัดการแผนก หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และต้องอบรมให้แก่พนักงานทุก 3 เดือน และได้รับการอบรมทบทวนหลักสูตรด้านความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
กิจกรรมซ้อมแผนความปลอดภัย
เพื่อทบทวนความเข้าใจของบุคลากร ประเมินผลการปฏิบัติ และปรับปรุงแก้ไขแผนต่อไป

นอกจากนี้ BCH ยังให้ความสำคัญกับคู่ค้าและผู้รับเหมาในการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยของบริษัท

โดยกำหนดให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างคัดเลือกเฉพาะคู่ค้าและผู้รับเหมาที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และมีระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณา อาทิ การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง การจัดให้มีการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแก่พนักงาน และการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัท

การประเมินความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน

BCH ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยยึดถือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นกรอบในการดำเนินงาน อาทิ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 เพื่อสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กร และให้การดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดไว้

เพื่อให้เกิดการจัดการอย่างเป็นระบบ โรงพยาบาลได้กำหนดแนวทางการประเมินความเสี่ยงครอบคลุมในทุกแผนกและทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยดำเนินการตรวจสอบและทบทวนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุปัจจัยคุกคามด้านสุขภาพ วิเคราะห์โอกาสในการเกิดอันตราย ระดับการรับสัมผัส และความรุนแรงของความเสี่ยง ก่อนนำไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกัน ควบคุม และปรับปรุงแก้ไขอย่างเหมาะสม

กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ขั้นตอนการสอบสวน มาตรการเพื่อบรรเทาความเสี่ยง
การทำงานบนที่สูง
  • การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis)
  • ตรวจสอบการขออนุญาตการทำงานบนที่สูง
  • การให้ความรู้ความเข้าใจอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน และก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกันตกจากที่สูง
การทำงานในที่อับอากาศ
  • การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis)
  • การขออนุญาตการทำงานในที่อับอากาศ
  • การตรวจวัดอากาศและก๊าซพิษ
  • การให้ความรู้ความเข้าใจอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน และก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
  • การรายงานผลค่าวัดออกซิเจนและก๊าซพิษ
  • การใช้อุปกรณ์ในการทำงานที่อับอากาศ
การทำงานที่มีความร้อนและประกายไฟ
  • การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis)
  • การขออนุญาตการทำงานที่มีความร้อนและ ประกายไฟ
  • การใช้และการเตรียมถังดับเพลิง
  • การให้ความรู้ความเข้าใจอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน และก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกันสะเก็ดไฟกระเด็นและการเตรียมถังดับเพลิงพร้อมใช้งาน
การทำงานที่ใช้เครื่องจักรในการทำงาน
  • การรายงานอุบัติเหตุ
  • การสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุ
  • การจัดทำมาตรการป้องกัน
  • การจัดสร้างอุปกรณ์ควบคุม
  • การฝึกอบรมสร้างความตระหนัก

การสอบสวนอุบัติการณ์ และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน

การรายงาน และการสอบสวนอุบัติการณ์

โรงพยาบาลกำหนดการรายงานเหตุการณ์ อุบัติการณ์หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

โดยเมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ผู้พบเห็นเหตุการณ์จะต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบในทันที จากนั้นจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทำการสอบสวนอุบัติเหตุ และสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง รวมทั้งกำหนดมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำจากนั้นจะมีการติดตามผลการดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ตัวอย่างเหตุการณ์ฉุกเฉินกรณีเกิดเพลิงใหม้โรงพยาบาลกำหนดให้มีการประเมินและปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินกรณีเกิดอัคคีภัย และปฏิบัติตามขั้นตอน RACE ดังนี้

1
Rescue

คือ เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจาก ที่เกิดเหตุ ไปยังจุดที่ปลอดภัย

2
Alarm

คือ กดสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และโทร 1234 เพื่อแจ้งเหตุเพลิงไหม้

3
Containment

คือ ปิดประตูหน้าต่างห้องที่เกิดเหตุ รวมทั้งวาล์วออกซิเจน พร้อมทั้งจัดเตรียมถัง ออกซิเจนสำรองสำหรับผู้ป่วย

4
Extinguisher

คือ ใช้ถังดับเพลิงเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ ดังนี้

  • ดึงสลักนิรภัยของถังดับเพลิงออก
  • ปลดสายฉีด
  • กดคันฉีด
  • เล็งไปที่ฐานของเพลิง

กรณีเพลิงไหม้เกิดลุกลาม มีความจำเป็นที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรภายในโรงพยาบาล บริษัทได้กำหนดให้มีจุดรวมพลที่บริเวณหน้าอาคาร คลีนิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมรังสีรักษา เกษมราษฎร์ อารี โดยหากไฟลามไปถึงอาคาร ดังกล่าวจะย้ายจุดรวมพลไปที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อด้านหน้าโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังจัดให้มีหน่วยงานสนับสนุนทำหน้าที่ติดต่อขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจากหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยอีกด้วย

กิจกรรมของเรา